เมื่อสัญญาขายฝากหมดอายุ ตามกฎหมายใหม่ที่ดินจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ซื้อฝากทันทีหากไม่มีการไปดำเนินการไถ่ถอนหรือต่อสัญญาที่กรมที่ดิน อย่างไรก็ตามกฎหมายคุ้มครองการขายฝากฉบับใหม่ได้กำหนดให้ผู้ซื้อฝากต้องส่งหนังสือแจ้งเตือนล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามเดือนก่อนวันหมดอายุ หากผู้ซื้อฝากไม่แจ้งเตือน สิทธิ์ในการไถ่ถอนจะถูกขยายออกไปโดยอัตโนมัติ การทำความเข้าใจในสิทธิ์เหล่านี้จะช่วยให้ผู้ขายฝากมีโอกาสในการหาเงินทุนมาไถ่คืนได้ทันเวลาและลดโอกาสที่จะสูญเสียที่ดินไปอย่างไม่ยุติธรรมจากการจงใจหลบเลี่ยงการรับเงินไถ่ถอนของผู้ซื้อฝาก
ขั้นตอนการวางทรัพย์เพื่อรักษากรรมสิทธิ์ในกรณีที่ติดต่อผู้ซื้อฝากไม่ได้
หากถึงกำหนดวันไถ่ถอนแล้วคุณไม่สามารถติดต่อผู้ซื้อฝากได้หรือผู้ซื้อฝากจงใจหลบหน้าเพื่อไม่ให้ไถ่ถอน คุณสามารถไปดำเนินการวางทรัพย์ที่สำนักงานบังคับคดีหรือสำนักงานที่ดินเพื่อแสดงเจตนาการชำระหนี้ได้ทันที การวางเงินต้นพร้อมสินไถ่ตามที่ระบุในสัญญาจะถือว่าคุณได้ใช้สิทธิ์ไถ่ถอนถูกต้องตามกฎหมายแล้ว แม้โฉนดจะยังอยู่กับผู้ซื้อฝากก็ตาม กระบวนการนี้เป็นเกราะป้องกันที่สำคัญมากที่ผู้ขายฝากทุกคนควรทราบเพื่อรักษากรรมสิทธิ์ในที่ดินของตนเองท่ามกลางข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นในช่วงท้ายของสัญญา
การคำนวณสินไถ่และค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนขายฝาก
ราคาไถ่ถอนหรือสินไถ่มักจะประกอบด้วยเงินต้นรวมกับผลประโยชน์ซึ่งกฎหมายกำหนดให้รวมแล้วต้องไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปี หากคุณขายฝากที่ดินไว้ในราคาห้าแสนบาทและตกลงไถ่คืนในหนึ่งปี สินไถ่จะอยู่ที่ประมาณห้าแสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาท ค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนขายฝากที่กรมที่ดินจะคิดเพียงหนึ่งร้อยบาทรวมค่าคำขอและอากร หากคุณเตรียมงบประมาณไว้ให้ครอบคลุมและดำเนินการก่อนวันหมดอายุอย่างน้อยสองสัปดาห์ จะช่วยให้ขั้นตอนการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์กลับมาเป็นของคุณทำได้รวดเร็วและปลอดภัยจากปัญหาทางกฎหมายที่ซับซ้อน