การเติบโตของเมืองและการขยายตัวของเส้นทางจราจรทำให้ รถมินิบัส กลายเป็นพระเอกคนใหม่ในวงการขนส่งมวลชนและการจัดระบบรถรับส่งในปัจจุบัน รถโดยสารขนาดประมาณยี่สิบถึงยี่สิบห้าที่นั่งประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนข้อจำกัดของรถตู้โดยสารและรถบัสขนาดใหญ่ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความคล่องตัวสูง สามารถขับขี่เข้าออกซอยแคบที่มีส่วนโค้งเว้ามากหรือวิ่งในพื้นที่เขตเมืองเก่าที่มีการจราจรแออัดได้อย่างง่ายดาย ในขณะเดียวกันก็ยังคงให้ความปลอดภัยในระดับเดียวกับรถบัสขนาดใหญ่เนื่องจากใช้โครงสร้างแชสซีและระบบช่วงล่างสำหรับรถโดยสารโดยเฉพาะ ไม่ใช่การนำรถกระบะมาดัดแปลงโครงสร้างเหมือนในอดีต
โครงสร้างตัวถังและระบบความปลอดภัยมาตรฐานสากลที่ติดตั้งภายในตัวรถ

ความน่าสนใจของรถโดยสารขนาดกลางรุ่นใหม่คือการใช้โครงสร้างตัวถังที่ทำจากเหล็กกล้าแรงดึงสูงที่มีคุณสมบัติเบาแต่แข็งแกร่ง สามารถทนทานต่อแรงบิดเบี้ยวได้ดีหากเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ระบบห้ามล้อส่วนใหญ่เป็นระบบดิสก์เบรกพร้อมติดตั้งระบบป้องกันล้อล็อกตายตัว ประตูทางเข้าออกเป็นระบบเปิดปิดอัตโนมัติด้วยลมพร้อมระบบป้องกันการหนีบ นอกจากนี้ภายในห้องโดยสารยังมีการออกแบบทางเดินตรงกลางให้กว้างพอเหมาะ มีถังดับเพลิงเคมีและค้อนทุบกระจกติดตั้งตามจุดยุทธศาสตร์ตามข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก ทำให้ผู้โดยสารมั่นใจได้ในทุกการเดินทาง
อัตราการสิ้นเปลืองพลังงานและข้อดีในเชิงเศรษฐศาสตร์สำหรับผู้ประกอบการ
ในแง่ของต้นทุนการดำเนินงาน รถโดยสารขนาดกลางประเภทนี้ให้ความคุ้มค่าสูงมากเนื่องจากใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาดกลางหรือระบบพลังงานไฟฟ้าที่มีการพัฒนาระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงให้มีความแม่นยำสูง ส่งผลให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำกว่ารถบัสขนาดใหญ่ค่อนข้างมาก การเลือกใช้รถประเภทนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งหรือองค์กรต่างๆ สามารถบริหารจำนวนรถให้สอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสารในแต่ละรอบได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าน้ำมันที่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์จากการวิ่งรถใหญ่ที่มีผู้โดยสารไม่เต็มคัน