หน้าแรก สินค้าโปรโมชั่น หมวดหมู่สินค้า วิธีการสั่งซื้อ วิธีการชำระเงิน วิธีการรับสินค้า ติดต่อเรา เกี่ยวกับเรา ผลงานของเรา
ค้นหา
ค้นหา
ประเภท
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 25/08/2010
ปรับปรุง 29/12/2024
ผู้เข้าชมทั้งหมด 717,812
ผู้เข้าชมวันนี้ 38
หน้าเข้าชม 4,895,967
สินค้าทั้งหมด 24
สินค้า
สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
สินค้าแนะนำ
สินค้ายอดนิยม
สินค้าทั้งหมด


 คำนวณอัตราดอกเบี้ยและดอกเบี้ย mrr คิดยังไง ในระบบสินเชื่อ
เข้าดู: 2 ตอบ: 0   15/09/26 23:09
รายละเอียด :

 

คำนวณอัตราดอกเบี้ยและดอกเบี้ย mrr คิดยังไง ในระบบสินเชื่อ

ความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของสถาบันการเงินถือเป็นหัวใจสำคัญของผู้กู้บ้าน เนื่องจากผู้ผ่อนชำระหลายคนยังคงสงสัยว่าดอกเบี้ย mrr คิดยังไงและส่งผลต่อค่างวดรายเดือนอย่างไร อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวคือ Minimum Retail Rate ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินทางการเรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย โดยเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว (Floating Rate) ที่ปรับเปลี่ยนขึ้นหรือลงตามการประกาศของสถาบันการเงิน แต่ละธนาคารจะคำนวณอัตรานี้ขึ้นมาจากต้นทุนทางการเงินของธนาคาร (Cost of Funds) บวกด้วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน อัตราความเสี่ยงเฉลี่ยของลูกค้ารายย่อย และกำไรขั้นต่ำที่ธนาคารต้องการรับ

ผลกระทบของการปรับขึ้นลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเงินงวดชำระรายเดือน

การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ประกาศโดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายถูกปรับขึ้น สถาบันการเงินจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงตาม ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนการตัดชำระเงินงวดรายเดือนเปลี่ยนไป แม้ผู้กู้จะชำระเงินงวดเท่าเดิมทุกเดือน แต่อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจะเข้าไปหักส่วนของค่างวดมากขึ้น ส่งผลให้ตัดเงินต้นได้น้อยลงและทำให้ระยะเวลาในการผ่อนชำระสัญญายาวนานขึ้นกว่าเดิม ดังนั้น การคำนวณค่างวดผ่อนชำระบ้านที่ปลอดภัย ผู้กู้ควรรองรับเผื่อการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอีกประมาณร้อยละ 1-2 จากอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันเสมอ

โครงสร้างการคิดดอกเบี้ยแบบ MRR Minus และแนวทางการวางแผนผ่อนชำระ

สถาบันการเงินมักเสนอดอกเบี้ยกู้บ้านในรูปแบบสัญลักษณ์พิเศษ เช่น "MRR - 2.50%" ซึ่งหมายถึงการนำอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ประกาศอยู่ในขณะนั้นมาหักลบออกด้วยส่วนลดคงที่ตามสัญญา หากอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงอยู่ที่ร้อยละ 6.75 อัตราดอกเบี้ยแท้จริงที่ผู้กู้ต้องจ่ายจะเท่ากับร้อยละ 4.25 ต่อปี การเปรียบเทียบสัญญาจากหลายสถาบันการเงิน ผู้กู้จึงไม่ควรมองเฉพาะตัวเลขส่วนลดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสุทธิ (Effective Rate) ของแต่ละธนาคาร ณ ขณะนั้นด้วย การติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและการขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเมื่อผ่อนชำระครบทุก 3 ปี จึงเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ผู้กู้ประหยัดค่าดอกเบี้ยบ้านได้มากที่สุด


ชื่อ : betadeen 0908890096 beta12@gmail.com  



ตอบกระทู้
รายละเอียด * : 
ชื่อ *
โทรศัพท์ *
อีเมล์ *
รหัสผ่าน:  เจ้าของร้าน
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : 
รหัสความปลอดภัย *
ต้องการรหัสอื่น
 
หมายเหตุ : กรุณากรอกข้อมูลที่มี * ทุกช่อง